Get your ow
n diary at DiaryLand.com! contact me older entries newest entry

2005-05-29 - 12:09 a.m.

วันแห่งความตื้นตัน (หรือวันที่ไก่แก้วขี้แย?)ภาค ๑

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า ได้เวลาลุกขึ้นมาเตรียมตัวเริ่มเดินทางอีกวันแล้ว เรามีนัดที่จะไปตักบาตรองค์หลวงตามหาบัว ที่วัดป่าบ้านตาดแต่เช้าตรู่ อืมมม โรงแรมแห่งนี้ทำให้หลับสบายดีจริงๆ ตอนแรกที่ลืมตามาเห็นพี่จูนทำให้เกิดอาการสงสัยว่าพี่จูนมาทำอะไรที่บ้านเราแต่เช้าขนาดนี้หว่า แล้วจึงนึกได้ว่าเราไม่ได้อยู่บ้านนี่หน่า

ขบวนทัวร์ธรรมของเราดูเหมือนจะรักษาเวลากันได้ดีมาก สมาชิกต่างหอบหิ้วกระเป๋าลงมารอที่รถกันอย่างไม่รอช้า เมื่อรถพร้อม เราก็กระวีกระวาดพากันขึ้นไปเตรียมพร้อม แต่...เข็มนาฬิกาก็ผ่านไปเรื่อยๆ รถก็ยังไม่ออก มีการเช็คชื่อกัน ปรากฏว่าสมาชิกรถเราครบขาดแต่พี่สาวใจดี ไก่แก้วตัวกลมก็เลยโทรเข้ามือถือของพี่สาวใจดี ปรากฏว่าพี่สาวยังไม่สามารถออกมาจากโรงแรมได้ เพราะมีห้องหนึ่งในบรรดาที่คณะเราเข้าพักยังไม่ได้เช็คเอาท์เลย ในขณะที่ช่วยกันสืบหาเจ้าของห้องที่ไม่ยอมตื่น รถอีกคันก็ล่วงหน้าไปก่อนโดยไม่รอสมาชิก(ซึ่งเป็นของรถคันของเค้า) สักครู่ใหญ่สมาชิกที่ตกค้างก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถ เป็นอันว่าเราออกเดินทางได้ เหลือบดูนาฬิกา น่าจะยังพอทันได้ตักบาตร แม้จะมีเวลาเผื่อน้อยเต็มที

แต่แล้วฝันก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อรถเราดันแวะเติมน้ำมัน มีสมาชิกลงไปเข้าห้องน้ำ และเปลี่ยนกางเกง เอ่อ น้องเค้าไม่ได้ทำเลอะเทอะนะคะ เพียงแต่ว่าเค้านุ่งกางเกงขาสั้นเท่านั้นเอง การแต่งกายเข้าวัดนั้น สำหรับฝ่ายอุบาสกอาจจะไม่ซีเรียสนัก แต่สำหรับอุบาสิกานั้นควรจะให้สุภาพเรียบร้อย และคำนึงถึงความเหมาะสมมากที่สุด อย่ากลัวเป็นยายเพิ้งเลยค่ะ หากรักที่จะเข้าวัด ยึดเอาพระรัตนตรัยและพ่อแม่ครูบาอาจารย์เป็นสรณะแล้ว พิจารณาการแต่งกายของเราให้งามตางามใจดีกว่า แล้วจะพบว่ายายเพิ้งนอกวัด กลายเป็นเทพธิดาที่ผู้คนมองอย่างชื่นชมภายในวัด ปกติไก่แก้วไปวัดครูบาอาจารย์ มักจะใส่ซิ่นดำและเสื้อขาว หรือไม่ก็กระโปรงหรือซิ่นยาวกรอมเท้าพร้อมเสื้อสีไม่ฉูดฉาด ตัวหลวมๆ ยาวคลุมสะโพกบนเป็นอย่างน้อย

ขอเถอะค่ะ เมตตาด้วยเถิด อย่าใส่กระโปรงสั้น กางเกงเอวต่ำรัดติ้ว เสื้อเกาะอก สายเดี่ยว หรือแม้กระทั่งเสื้อแขนกุดเข้าวัดเลย เสื้อผ้าการแต่งกายควรคำนึงถึงหัวใจพระด้วย แม้ท่านจะสละทางโลกมาแล้ว แต่ก็หาได้หมายความว่าห่มผ้าไตรจีวรแล้วจะมลายสลายกิเลส คนวัดมีคำศัพท์เรียกกันว่า “ขอให้แต่งกายรักษาพระกันซะหน่อย” เสื้อเข้ารูป เสื้อคอแหลม คอวี เลี่ยงได้ เลี่ยงเถิดค่ะ เชยสักวัน แล้วเราจะงามตางามใจในสายตาครูบาอาจารย์ และบรรดาผู้พบเห็น สมเป็นศิษย์แห่งองค์ตถาคต

ไก่แก้วเคยพบน้องผู้หญิงท่านหนึ่งที่ทำให้ประทับใจไม่ลืม ที่บุญญาวาส น้องเค้าน่าจะอายุประมาณ ๒๐ ต้นๆ มาถวายอาหารกับเพื่อนอีก ๒ คน ตอนที่มาถึงวัด เค้าก็แต่งกายเหมือนวันรุ่นทั่วๆ ใส่เสื้อยืดเข้ารูป กับกางเกงยีนส์ แต่เมื่อลงจากรถ ก่อนที่จะเดินไปไหนในเขตวัด เค้าหันไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคล่งมาสวมทับชุดที่เค้าใส่มา ทำให้เค้าดูงามตาไปในบัดดล นี่แหละค่ะ ผู้มีปัญญาในการแก้ไขปัญหา และทำตัวให้เหมาะสม

บ่นเป็นยายแก่เรื่องการแต่งกายมายาวแล้ว กลับเข้าเรื่องดีกว่า เอาเป็นว่าคณะเราทำใจแล้วว่าคงไปไม่ทันตักบาตรแน่ๆ รถคันที่ล่วงหน้าไปก่อน ก็กลับย้อนมารอเราที่ปั๊มน้ำมัน พี่สาวคนดีวิ่งเปลี่ยนไปรถอีกคันเพื่อ brief เค้าเรื่องการปฏิบัติตน ในขณะที่รถของเราได้รับการ brief ไปแล้วก่อนจะมาแวะที่ปั๊มน้ำมัน

ไก่แก้วได้รับหน้าที่นำคณะไปตักบาตร และดูแลหาที่ให้คณะเรานั่ง พร้อมทั้งดูแลเรื่องความเรียบร้อยต่างๆ (ภาระอันหนักอึ้ง) พอลงรถแล้วก็กระวีกระวาดนำลูกทัวร์เดินจั้มไปที่ศาลา ขณะที่กำลังจะผ่านโต๊ะตักบาตร พบพี่ๆ ที่เค้าตักบาตรแทนเรา เค้าเรียกให้ไปรับของตักบาตรที่ยังเหลืออยู่ ไก่แก้วก็รีบเรียกคณะให้รีบน้ำของตักบาตรนี้ วิ่งตามไปให้ทันหางแถวของพระค่ะ ใช่ ไก่แก้วบอกให้เค้าวิ่งค่ะ อิ อิ ไก่แก้วเองก็วิ่งค่ะ (ปกติทำไม่ได้นะคะ จะโดนดุค่ะ ไก่แก้วโดนมาแล้ว แต่วันนี้ยกเว้นเพราะอยากให้เค้าได้ตักบาตรกัน) เห็นไกลๆ ก็พอจะจำได้ว่าหางแถวเป็นท่านอจ. องค์หนึ่งที่ไก่แก้วรู้จักคุ้นเคย แม้ท่านจะมีพรรษามากกว่า ๑๐ พรรษาแล้ว ก็ยังอยู่เกือบปลายแถว เพราะท่านเป็นพระมหานิกาย สายหลวงปู่ชาค่ะ ไว้วันหลังจะเล่ารายละเอียดเพิ่มเติมให้ฟังนะคะ

ไก่แก้วรีบวิ่งแจ้นไปนิมนตร์ท่านอจ. ให้ท่านรอรับบาตรคณะที่เพิ่งไปถึง ท่านอจ. ก็คงจะงงอยู่ว่าโผล่กันมาจากไหน แต่ด้วยความเมตตา ท่านก็รอรับบาตรให้ในอาการที่สงบสำรวม งดงามมากๆ ค่ะ ขอน้อมกราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านมาในทีนี้ในนามของคณะด้วยค่ะ _/|_ _/|_ _/|_

เมื่อคณะเราตักบาตรเสร็จด้วยความโกลาหล ก็พาเดินเข้าไปศาลาด้านใน ซึ่งองค์หลวงตากำลังทักทายกับญาติโยมอยู่ เราจัดหาที่นั่งให้คณะนั่งเยื้องมาด้านหลังองค์หลวงตา คณะเราส่วนหนึ่งเมื่อเข้ามาแล้ว ก็รี่ไปรับประทานอาหารที่จัดไว้ก่อนพระจะฉันซะอีก คนไปตามไปเตือนก็อ่อนใจ เพราะตามมาได้คน ก็มีอีกคนไป สุดท้ายเราก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ได้มองด้วยความอ่อนใจและขำนิดๆ นึกถึงคำว่า “บ้านนอกเข้ากรุง” แต่นี่กลายเป็น “คนกรุงเข้าวัดป่า”

ไก่แก้วและพวกพี่ๆ น้องๆ นั่งเกร็งนิด เกรงว่าองค์หลวงตาท่านจะหันมาตำหนิ คณะเราเสียงไม่เบาเลย แต่แล้ว ด้วยความเมตตาของครูบาอาจารย์ ท่านก็ไม่ได้กล่าวตำหนิเลย

เราได้ฟังธรรมสั้น และพาคณะรับประทานอาหาร(รอบ ๒ สำหรับบางท่าน) พี่ๆ ผู้ชายส่วนหนึ่งก็นำรถเข็นไปขนเอาเครื่องสังฆทานมาจากรถบัส ดูแล้วน่ารัก น่าอนุโมทนามากๆ ค่ะ หลังจากจัดการเรื่องเครื่องสังฆทานเรียบร้อยแล้ว ถวายแด่องค์หลวงตา มีพี่ผู้ชายท่านหนึ่งศรัทธามาก ถอดสร้อยทอง ๕ บาทที่คล้องคอ ถวายไปพร้อมกับปัจจัยที่เราได้รวมรวมมาจำนวน ๖๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่นับเครื่องสังฆทานกองโตที่ใครๆ เห็นก็พากันขออนุโมทนาด้วย ตอนนี้หล่ะคะ ไก่แก้วรู้สึกหายเหนื่อยในทันที จริงๆ แล้วพี่ๆ เค้าเป็นคนน่ารักนะคะ เค้าเองก็พูดกับเราตรงๆ ว่าจะให้เค้าเรียบร้อยอย่างเราไม่ได้หรอก เค้าไม่เคย และไม่รู้ธรรมเนียม อีกทั้งเป็นคนจีน ชินกับการเสียงดัง แต่จิตใจเค้าดีนะ เราเองก็เห็นค่ะ ว่าเค้าจิตใจดีจริงๆ

หลังจากเสร็จเรื่องการถวายสังฆทาน หมดภาระที่ต้องรับผิดชอบชั่วคราว ไก่แก้วก็ถอยออกมานั่งกับอจ. ปู่ปู้ เยื้องไปด้านหลังองค์หลวงตา เห็นเพียงซีกหน้าท่านด้านซ้ายเป็นครั้งครา เริ่มกำหนดใจกายให้สำรวมและตั้งใจฟังธรรมที่ท่านเมตตาชี้นำ สักพักหนึ่งเมื่อวางเรื่องข้างนอก เริ่มสัมผัสได้ถึงกระแสความเมตตาและความยิ่งใหญ่ขององค์หลวงตา ความรู้สึกเต็มตื้นเริ่มก่อตัวขึ้นกลางอก ทำให้น้ำตารื้นขึ้นมาทำท่าจะไหล กำหนดสติแนบลงไป ดูอาการที่เกิดขึ้น อาการตื้นตันใจก็ผ่อนลง จนจิตสงบราบเรียบ คงไว้แต่ความเบาสบาย และเบิกบาน ได้ปรารภภายในใจตัวเองว่า “สบายจริงหนอ ได้อยู่ใกล้ ได้รับกระแสครูบาอาจารย์ช่างสบายจริงๆ นี่แค่เพียงกระแสของท่านเท่านั้น หากได้อย่างท่าน จะสบายขนาดไหนหนอ” หลังจากนั้นก็กำหนดนั่งสมาธิ ทำความสงบ จนกระทั่งหลวงตาท่านให้พรและลุกจากที่เพื่อกลับที่พัก พอองค์หลวงตาหันมาทักโยมด้านหลัง ทำให้ได้เห็นท่านเต็มตา คราวนี้ไก่แก้วดูไม่ทันแล้วว่าความตื้นตันมาเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็น้ำตานองหน้า ไหลอาบเป็นสายไปเสียแล้ว คราวนี้ทำอย่างไรน้ำตาเจ้ากรรมก็ไม่ยอมหยุดไหล ขยับย้ายที่ไปกับอจ. ปู ไปรอกราบลาองค์หลวงตาตรงทางที่ท่านจะเดินผ่าน ยิ่งได้เห็นองค์ท่านใกล้ขึ้น น้ำตายิ่งไหลพรากๆ ไม่ยอมขาดสาย กลายเป็นการร้องไห้ไปโดยปริยาย น้ำตาไหลไม่ยอมหยุดจนกระทั่งองค์หลวงตาท่านเดินลับสายตาไป

พี่สาวคนดีมาบอกให้แจ้งคณะให้ขึ้นไปกราบพระพุทธรูปบนศาลา เนื่องจากเคยได้กราบมาแล้ว ไก่แก้วเลยล่วงหน้ามาตรงเต๊นทำบุญสร้างสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน มาคอยบอกให้สมาชิกแวะไปดื่มน้ำเย็นที่ทางวัดจัดไว้ใกล้ๆ เป็นน้ำที่ผสมน้ำมนตร์ขององค์หลวงตา สมาชิกต่างก็พากันมาดื่มอย่างน่าชื่นใจ แล้วไก่แก้วกับอจ. ปูก็ย้อนกลับไปตรวจดูว่ามีสมาชิกหลงเหลือที่ศาลาหรือไม่ และได้แวะไปพบพี่สาวอีกท่านซึ่งสละเวลามาช่วยดูแลเรื่องการบริจาคเงินช่วยชาติ พี่สาวจำไก่แก้วได้ และได้เก็บหนังสือประวัติหลวงปู่มั่นไว้ตามคำขอ กราบขอบพระคุณในความเมตตาอีกครั้งค่ะ

ไก่แก้วกับอจ. ปูติดอยู่ตรงโต๊ะนี้นานพอสมควร เนื่องจากชาวคณะเราได้ไปขอรูปภาพองค์หลวงตากำมือใหญ่ๆ แล้วก็ไม่ได้แสดงความเคารพ ทำตกเรี่ยราด แล้วก็เดินผ่านไป เรา ๒ คนก็ได้แต่รับฟัง และขอโทษแทน กว่าจะขอปลีกตัวออกมาได้ ใครๆ ในคณะก็มารอเราบนรถกันหมดแล้ว ขอโทษนะคะ

จากนั้นเราก็เดินทางออกจากวัดป่าบ้านตาด ทุกๆ คนดูสดชื่น และอิ่มเอม ที่หมายต่อไปคือวัดถ้ำกลองเพล ขององค์หลวงปู่ขาว อนาลโย

 

 

previous - next

about me - read my profile! read other Diar
yLand diaries! recommend my diary to a friend! Get
 your own fun + free diary at DiaryLand.com!